การที่ชื่อของ เลียม โรเซเนียร์ ถูกยกให้เป็นตัวเต็งกุนซือคนใหม่ของเชลซี สร้างเสียงถกเถียงอย่างมากในวงการฟุตบอลยุโรป จากโค้ชที่เคยถูกปลดจากฮัลล์ ซิตี้ สู่โอกาสคุมทีมระดับยักษ์ใหญ่อย่างสิงห์บลูส์ภายในเวลาไม่ถึงสองปี คำถามสำคัญคือ นี่คือการตัดสินใจที่ชาญฉลาด หรือเป็นความเสี่ยงที่อาจย้อนกลับมาทำร้ายสโมสรเอง
เส้นทางอาชีพกุนซือที่ไม่ได้ธรรมดาของเลียม โรเซเนียร์
โรเซเนียร์เริ่มสร้างชื่อในฐานะโค้ชจากลีกล่างอังกฤษ เขาได้รับคำชื่นชมอย่างมากในช่วงทำงานกับดาร์บี เคาน์ตี้ โดยเฉพาะบทบาทเบื้องหลังของเวย์น รูนีย์ จ้าวฟุตบอลมองว่าเขาคือคนวางโครงสร้างทีมและคุมการซ้อมอย่างแท้จริง ก่อนจะได้รับโอกาสเป็นกุนซือเต็มตัวกับฮัลล์ ซิตี้ แม้ผลงานจะไม่ได้เลวร้าย แต่เขากลับถูกปลดทั้งที่ทีมกำลังพัฒนาไปในทางที่ดี

ความสำเร็จกับสตราส์บูร์ก และปรัชญาการทำทีมพลังหนุ่ม
จุดเปลี่ยนสำคัญคือการย้ายไปคุม สตราส์บูร์ก ในลีกเอิง ฝรั่งเศส ภายใต้เครือ BlueCo กลุ่มเจ้าของเดียวกับเชลซี โรเซเนียร์พาทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะอายุน้อยขึ้นมาแข่งขันในระดับสูงของลีกเอิง และทำผลงานโดดเด่นในเวทียุโรป สไตล์การทำทีมที่เน้นการครองบอล การผ่านบอลสั้น และการให้โอกาสดาวรุ่ง สอดคล้องกับโครงสร้างทีมเชลซีในปัจจุบันอย่างชัดเจน
จุดเด่นด้านแท็กติกของโรเซเนียร์ กับข้อกังขาเรื่องประสบการณ์
ในเชิงแท็กติก โรเซเนียร์แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่น ทั้งระบบ 4-2-3-1 และ 3-4-3 ทีมของเขาเล่นบอลบนพื้นเป็นหลัก แทบไม่ใช้บอลยาว และสร้างโอกาสจากบอลทะลุช่องได้ดี ซึ่งอาจมีความเสี่ยงถ้าใช้สไตล์นี้กับฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อย่างไรก็ตาม ผลงานในลีกเอิงช่วงหลังเริ่มแผ่ว และที่สำคัญที่สุด เขายังไม่เคยคุมทีมระดับลุ้นแชมป์หรือเผชิญแรงกดดันมหาศาลแบบที่เชลซีต้องเจอทุกสัปดาห์
เชลซีกำลังมองหาโค้ชตัวจริง หรือเพียงผู้ทำตามระบบสโมสร
เสียงวิจารณ์จากกูรูหลายคนมองว่า เชลซีภายใต้เจ้าของปัจจุบัน ต้องการผู้จัดการทีมที่ยอมทำงานตามโครงสร้างสโมสร มากกว่าบุคลิกแข็งกร้าวแบบโค้ชระดับท็อปในอดีต โรเซเนียร์ในวัย 41 ปี อาจถูกมองว่าเป็นโค้ชที่ “ปั้นได้” และสอดคล้องกับทิศทางระยะยาว แต่ก็แลกมาด้วยความเสี่ยงด้านประสบการณ์ในเวทีสูงสุด
สรุปแล้ว โรเซเนียร์คือคำตอบที่เหมาะสมกับเชลซีหรือไม่
การดึงเลียม โรเซเนียร์มาคุมเชลซี อาจเป็นทั้งไอเดียที่ล้ำสมัยและการเดิมพันครั้งใหญ่ หากเขาปรับตัวได้ เขาอาจกลายเป็นกุนซือที่เติบโตไปพร้อมทีมพลังหนุ่มของสิงห์บลูส์ แต่หากล้มเหลว แรงกดดันระดับนี้อาจหนักเกินไปสำหรับโค้ชที่ยังไม่ผ่านบททดสอบสูงสุด ซึ่งมุมมองทั้งหมดนี้คือสิ่งที่แฟนบอลต้องติดตามอย่างใกล้ชิดไปกับข่าวสารฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษจากจ้าวฟุตบอล

ณัฐพงษ์ กิตติพงษ์ คือหนึ่งในทีมงานนักเขียนของ จ้าวฟุตบอล ที่คลุกคลีอยู่กับวงการลูกหนังมาอย่างยาวนาน ด้วยความหลงใหลในฟุตบอลตั้งแต่วัยเด็ก เขาเติบโตมากับการดูเกมลีกดังทั้งในเอเชียและยุโรป พร้อมซึมซับรายละเอียดของเกม ไม่ว่าจะเป็นแท็กติก การจัดตัวผู้เล่น หรือจังหวะสำคัญที่เปลี่ยนผลการแข่งขันได้ในพริบตา
