ฤดูกาล 2025 ที่ผ่านมาของ K League ไม่ได้วัดกันแค่ในสนามเท่านั้น แต่ “งบค่าเหนื่อย” กลายเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนทั้งความทะเยอทะยานและทิศทางของแต่ละสโมสร โดยข้อมูลอย่างเป็นทางการจาก K League Press Release เปิดเผยรายละเอียดค่าใช้จ่ายจริง ซึ่งรวมทั้งเงินเดือนพื้นฐานและโบนัสทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโบนัสลงสนาม โบนัสชัยชนะ หรือผลงานในถ้วยเอเชีย วันนี้จ้าวฟุตบอลจะพาไปเจาะลึกว่าทีมไหนจ่ายหนักที่สุด และนักเตะคนใดรับสูงสุดในปี 2025
ภาพรวมค่าเหนื่อย K League 1 ปี 2025 ทีมไหนทุ่มมากที่สุด
11 สโมสรใน K League 1 ใช้งบค่าเหนื่อยรวมกันสูงถึง 136.81 พันล้านวอน โดย อุลซาน ฮุนได เป็นทีมที่ใช้เงินมากที่สุดถึง 20.65 พันล้านวอน ตามมาด้วย ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส และ แดจอน ฮานา ซิติเซน จ้าวฟุตบอลมองว่าเป็นการสะท้อนการแข่งขันด้านงบประมาณที่เข้มข้นอย่างมาก
ค่าเฉลี่ยรายได้ต่อนักเตะในเคลีก 1 อยู่ที่ 311.7 ล้านวอนต่อปี โดยนักเตะเกาหลีรับเฉลี่ยต่ำกว่านักเตะต่างชาติอย่างชัดเจน ซึ่งผู้เล่นต่างชาติมีค่าเฉลี่ยสูงถึง 835.9 ล้านวอน แสดงให้เห็นว่าหลายสโมสรยังคงพึ่งพาซูเปอร์สตาร์ต่างชาติเป็นแกนหลักของทีม

เจาะลึกทีมที่จ่ายค่าแรงเฉลี่ยต่อผู้เล่นสูงสุดในลีก
เมื่อพิจารณาถึงค่าเหนื่อยเฉลี่ยต่อนักเตะ อุลซาน ยังคงครองอันดับหนึ่งด้วยค่าเฉลี่ยนักเตะต่อคนสูงถึง 643.5 ล้านวอน ตามด้วย แดจอน และ เอฟซี โซล ซึ่งเป็นสโมสรที่เน้นการลงทุนกับผู้เล่นแกนหลักมากกว่าการกระจายงบทั้งทีม อย่างไรก็ตาม ค่าเหนื่อยสูงไม่ได้รับประกันความสำเร็จเสมอไป เพราะอุลซานจบฤดูกาลเพียงอันดับ 9 ขณะที่แดจอนสามารถต่อยอดงบประมาณสู่ผลงานในสนามได้อย่างคุ้มค่า
ค่าเหนื่อย K League 2 แม้งบไม่สูง แต่เข้มข้นไม่เป็นรองใคร
ฝั่ง K League 2 มี 14 สโมสรใช้งบรวมกัน 72.96 พันล้านวอน โดย อินชอน ยูไนเต็ด เป็นทีมที่ใช้เงินมากที่สุดที่ 10.76 พันล้านวอน ตามด้วย ซูวอน บลูวิงส์ และ ชุงนัม อาซาน ค่าเฉลี่ยรายได้ผู้เล่นในเคลีก 2 อยู่ที่ 142.5 ล้านวอน ซึ่งต่ำกว่าลีกสูงสุดเกือบครึ่ง แต่ยังคงมีนักเตะต่างชาติที่รับค่าเหนื่อยระดับเกิน 400 ล้านวอนต่อปี สะท้อนว่าบางสโมสรเลือก “ทุ่มเงินเฉพาะจุด” เพื่อเป้าหมายเลื่อนชั้น
ค่าเหนื่อยสูงสุด K League 2025 แข้งดังรับกันเท่าไหร่
ตำแหน่งนักเตะที่รับค่าเหนื่อยสูงสุดตกเป็นของ เซซินญา (แดกู เอฟซี) ที่ทะลุหลัก 2.1 พันล้านวอน แซงหน้า เจสซี ลินการ์ด ของเอฟซี โซล ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของเคลีก 1 ขณะที่ฝั่งนักเตะเกาหลี อี ซึง-อู ของชุนบุค คือผู้เล่นชาวเกาหลีที่รับค่าเหนื่อยสูงสุด สิ่งที่น่าสนใจคือ นักเตะจากเคลีก 2 อย่าง เกอร์โซ แฟร์นันเดส และ สเตฟาน มูโกซา ของอินชอน ยังติดท็อป 5 ค่าเหนื่อยสูงสุด แสดงให้เห็นว่าเคลีก 2 ก็พร้อมทุ่มเพื่อความสำเร็จไม่แพ้ลีกสูงสุดของประเทศ
สรุปงบประมาณที่ใช้ สะท้อนถึงผลงานในสนามจริงหรือไม่
ฤดูกาลนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า “เงินไม่ใช่เพียงคำตอบเดียว” เอฟซี อันยาง รอดตกชั้นได้ทั้งที่มีงบทำทีมต่ำสุดในเคลีก 1 ขณะที่เชจู SK ใช้เงินสูงแต่กลับจบรองบ๊วย ในทางกลับกัน แดจอนพิสูจน์ว่าการลงทุนเชิงรุกสามารถพาทีมสู่เวทีเอเชียได้จริง จากมุมมองของ จ้าวฟุตบอล ค่าเหนื่อยคือเครื่องมือ ไม่ใช่หลักประกัน และ K League 2025 คือฤดูกาลที่ตอกย้ำว่าการบริหารทีมอย่างชาญฉลาด สำคัญไม่แพ้การทุ่มเงินในตลาดนักเตะ

ณัฐพงษ์ กิตติพงษ์ คือหนึ่งในทีมงานนักเขียนของ จ้าวฟุตบอล ที่คลุกคลีอยู่กับวงการลูกหนังมาอย่างยาวนาน ด้วยความหลงใหลในฟุตบอลตั้งแต่วัยเด็ก เขาเติบโตมากับการดูเกมลีกดังทั้งในเอเชียและยุโรป พร้อมซึมซับรายละเอียดของเกม ไม่ว่าจะเป็นแท็กติก การจัดตัวผู้เล่น หรือจังหวะสำคัญที่เปลี่ยนผลการแข่งขันได้ในพริบตา
